• อาทิตย์. ก.ค. 3rd, 2022

หนัง จูราสสิค เวิลด์ ทวงคืนอาณาจักร

By7oYo3pNo

ก.ค. 3, 2022

มาเริ่มรีวิวกันก่อนเป็นต่อกว่า เฉพาะบุคคลผมเดินเข้าโรงไปด้วยความไม่มุ่งมาดอะไรเลย เนื่องด้วยชมจากคะแนนก็มีทั้งผู้คนที่ชอบและไม่ชอบ ผมเลยอยากเปิดใจให้สะดวกสบายๆ ไม่ควรต้องอคติว่ามันจะแย่ หรือมุ่งหวังว่ามันจะออกมาดี และวิชาการสึกภายหลังจากชมจบ ผมคิดว่ามันก็มิได้แย่ซะทีเดียว และคงจะมีหลากหลายผู้คนที่ชอบด้วย คืออยู่ภายในชั้นกลางๆ ซึ่งบอกตามดิ่งมันก็ค่อนด้านหน้าเสียดาย เพราะว่าภาค 2 จบไว้แบบปลายเปิดพอเหมาะสม

มีประเด็นจำนวนไม่น้อยที่ให้เล่นได้ แต่หนังดันจุดโฟกัสไม่ถูกจุด มาเริ่มต้นที่เรื่องบทกันก่อนเลย ผมมองว่าภาคนี้บทจำนวนมากและโฟกัสไปผิดทางมากๆ ดันไปมุ่งเน้นที่เรื่องตั๊กแตนบุกโลกซะงั้น มันไม่ได้ห่วยแตกมากหรอกนะ แค่มันไม่ค่อยจะเกี่ยวกับไดโนเสาร์มากแค่ไหน เพราะว่าคนที่ไปดูด้วยเหตุว่าต้องการดูไดโนเสาร์

หัวข้อนี้ถือได้ว่าพลาดมากๆ และไปให้ความสำคัญกับเรื่องตั๊กแตนเยอะที่สุดด้วย เลยอาจส่งผลให้คนไม่ใช่น้อยไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ อีกเรื่องที่ไม่ค่อยเวิร์ค คือการเกลี่ยบท ซึ่งมันจุดโฟกัสไปที่ผู้แสดงหลายตัวมาก ตัดไปตัดมา ให้ความสำคัญเท่าๆกัน หนังมันเลยชมแบบราบไปนิด และให้อารมณ์เหมือนดูซีรีส์มากมายยิ่งกว่าหนัง ในระยะแรกๆนะ มาคิดว่าเป็นหนังคือส่วนท้ายๆเลย ที่ทุกท่านมารวมกันแล้ว

จูราสสิค เวิลด์ ภาคนี้เหมือนเป็นการนำความทรงจำในวัยเด็กของพวกเราจากจูราสสิค พาร์ค กลับมาประติดประต่อขึ้นเกิดเรื่องดังใหม่ในอีกเส้นเรื่องหนึ่งของหมู่ดร.แกรนต์ที่ตีคู่กันมาพร้อมกับเส้นเรื่องเดิมของจูราสสิค เวิลด์ 2 ภาคแรกที่มีโอเว่น แคลร์ และ ไมซี ล็อควู๊ด เป็นแกนหลัก และมีดร.เฮ็นรี่ วู คนที่สร้างไดโนเสาร์ต่าง ๆ ขึ้น กลับมาในภาคนี้อีกครั้งในบทของนักวิทยาศาสตร์ที่สร้างขาดหายนะครั้งใหม่ให้กับโลกผ่านบริษัทไบโอซิน Jurassic world : Dominion ทวงคืนอาณาจักร
เหมือนภาค 6 ของเฟรนไชส์ตระกูลไดโนเสาร์ ที่เราก็เฝ้ารอ ว่าจะเป็นการปิดตำยาวนานมั๊ย?(ไม่พูดไปดูเอง) ภาคนี้ทำออกมาได้ดิบได้ดีนะ ไม่ว่าจะเป็น ความน่าสะพรึงของไดโนเสาร์แต่ละฉาก ความแอคชั่นหนีการไล่ล่าของไดโนเสาร์ ที่ยังอาจรสชาติความบันเทิงใจ ได้ลุ้น ชวนติดตามเหมือนอย่างเดิม

รีวิวหนัง JURASSIC WORLD DOMINION

ผลสรุปไตรภาคฉบับงานเลี้ยงรุ่นที่เช่นเดียวกับหมดมุกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ยุค 90 มีรูปยนตร์เรื่องหนึ่งที่บรรลุความสำเร็จอย่างงดงามด้วยการหยิบยกนำเอาสัตว์ดึกดำบรรพ์อย่างไดโนเสาร์มาเล่าถึงความสยองขวัญได้อย่างยอดเยี่ยมนั่นก็คือภาพยนตร์เรื่อง JURASSIC PARK นั่นเอง มันบรรลุความสำเร็จถึงขั้นที่กลายเป็นเลิศในภาพยนตร์ชั้นเชิงตำยาวนานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและจบลงไปอย่างบริบูรณ์เช่นเดียวกัน การนำเอาภาพยนตร์ลำดับตำนานมาสานต่อในชื่อเรื่อง JURASSIC WORLD ก็เลยได้รับความพึงพอใจเป็นเป็นอย่างมากในทีแรกๆ และมันก็สามารถทำออกมาได้ออกจะดีเลยทีเดียว

แต่น่าเสียดายด้วยความที่มันเป็นรูปยนตร์ไตรภาคทำให้ความสดใหม่ของมันมีได้ไม่พอๆกับ JURASSIC PARK ไม่เพียงเท่านั้นในขณะข้างหลังก็เหมือนกันกับหมดมุกไปอีกด้วยจนทำให้รูปยนตร์ไม่เบิกบานอย่างที่ต้องเป็น เคยมีครั้งหนึ่งที่รูปยนตร์หัวข้อนี้ฉายตรงกับรูปยนตร์ชื่อเรื่องราวกับอย่างสตาร์วอร์และไม่สามารถที่จะสู้ได้เลยแม้แต่นิดหน่อย มันเลยส่งผลให้หลายๆคนเริ่มต้นไม่มุ่งหวังกับภาพยนตร์ชุดนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าคุณเป็นผู้คนที่พวกเราชมมาโดยตลอดแล้วต้องการรับชมบทสรุปของสถานะการณ์ทั้งสิ้นในตอนนี้รูปยนตร์บทสรุปไตรภาคออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นก็คือ JURASSIC WORLD: DOMINION

ส่วนบุคคลสำหรับคนเขียนแล้วจูราสสิคพาร์คเป็นหนังขึ้นหิ้งเรื่องหนึ่งในหัวใจที่มีดร.แกรนต์เป็นเหมือนฮีโร่ในวัยเด็กและเฝ้ารอมาตลอดที่จะให้เขากลับมาโลดแล่นในหน้าที่นี้อีกสักครั้ง ภายหลังจากได้เห็นได้ชัด เอียน มัลคอล์ม (รับบทโดย Jeff Goldblum) กลับมาในภาคที่แล้ว Jurassic World 2: Fallen Kingdom (อาณาจักรล่มสลาย) ในปี 2018 พอมีข่าวว่าจะมีภาค3 ก็แอบคาดหวังมาตลอด ซึ่งจริง ๆ มุ่งมาดมาตั้งแต่จูราสสิคเวิลด์ภาคแรกตอนท้ายความมุ่งมาดก็เป็นจริง แถมยังเป็นการนำนักชี้ให้เห็นหลักจากจูราสสิค พาร์ค ภาคแรกทั้ง 3 คนกลับมาในเวลาเดียวกัน

เรามันเด็ก โตขึ้นมาพร้อมกับ จูราสสิค ปาร์คอ่ะนะ หากพูดถึงไดโนเสาร์ จำความได้ พวกเราก็คำนึงถึงแต่ จูราสสิค ปาร์ค ไม่มีใคร จะมาลบวิชาความรู้สึกนั้นไปได้ทันที ถึงแม้จนถึงในภาคนี้ ก็ยังอาจส่งผลให้เราได้กลิ่นอายของแฟรนไชส์ หนังตระกูลจูราสสิคได้ดีเยี่ยมที่สุดอย่างเช่นเคย แถมภาคนี้ กลุ่มจัดเต็มด้วยการใส่ไดโนเสาร์พันธุ์แบบใหม่ที่ชวนตื่นตา คงจะความน่าสะพรุงไว้เต็ม อัพเดทข้อมูลกับบรรพชีวินวิทยาเรียบร้อย ถูกต้องแม่นยำตามตำราแน่นอน

เหตุการณ์สถานะการณ์อีก 4 ปีต่อจากนั้น ภายหลังเกาะไดโนเสาร์ “อิสลาร์ นูบลาร์” ถูกสร้างลายลง เรื่องราวต่างๆ เปลี่ยนแปลงไป ไม่มีสวนสนุกสนานไดโนเสาร์ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเบิกบานอีกต่อไป แต่เหล่าไดโนเสาร์ที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้เริ่มตอนนี้ตั้งแต่ต้นออกสัญจรไปล่ามนุษย์ทั่วโลก ความอันตรายมาเยือนเผ่าพันธุ์มนุษย์ ความสมดุลถูกทำลายลง มนุษย์จะกลายเป็นผู้ถูกล่าตลอดไป หรือจะสามารถปรับตัวเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตจากยุคดึกดำบรรพ์ได้

เป็นการปิดฉากอย่างสมบูรณ์แบบของแฟรนไชส์ภาพยนตร์ที่สุดแสนจะยิ่งใหญ่ที่นำเอาเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายกลับมาสานต่อได้อย่างน่าเหลือเชื่อเรื่อง โดยภาคนี้ทั้งนักแสดงและผู้ผลิตยังอาจเป็นกลุ่มชุดเดิมทั้งปวง มีการนำเอานักทำให้รู้จาก JURASSIC PARK เข้ามาร่วมสมทบให้ขาดหายพิจารณาถึงอีกด้วย แต่มันดันออกมาเหมือนกันกับงานเลี้ยงรุ่นที่มิได้มีอะไรน่าดึงดูดอีกต่อจากนี้ไปแล้ว วันนี้พวกเราจะพาทุกคนมาดูกันว่าภาพยนตร์ประเด็นนี้คู่ควรจะแก่การรับชมมั๊ย

หลังจากนั้นด้านการดำเนินเรื่อง ส่วนนี้ก็อยู่ในเกรดกลางๆ ไม่ถึงกับดี แต่ก็มิได้ห่วยซะทีเดียว มุ่งเน้นเล่าเรื่องไปเรื่อย และบทที่ไปโฟกัสตั๊กแตนก็ไม่ค่อยน่าติดตามเท่าไหร่ มีหลากหลายตอนที่น่าเบื่อ และแอบหลับไปเหมือนกัน อาจจะจะด้วยที่บทมันไม่ค่อยน่าติดตาม และการบิ้วที่ไม่ทำให้พวกเรารู้สึกลุ้นด้วยแหละมั้ง มันเลยสัมผัสเปื่อยๆ เรื่อย ยังไงไม่รู้ ส่วนนี้ผมไม่ค่อยจับอกจับใจเท่าไหร่ แต่ก็พอรับได้ ต่อมาด้านการทำให้ทราบ

ส่วนนี้ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว นักทำให้รู้ทุกคนทำให้รู้ได้ดิบได้ดีตามเหมือนภาคที่ผ่านๆมา และยังสมทบด้วยนักบ่งบอกชุดเก่าอีก 3 คน ทั้ง 3 คนนี้ก็กลับมาเฉิดฉายจริงๆ และเนื่องจากการกลับมาของ 3 คนนี้ ก็มีผลให้บทมันมากเกินความจำเป็นด้วย เพราะผู้กำกับตัดสินใจที่จะให้ทั้ง 3 คนนี้ กลับมาในสถานะตัวหลักๆ ไม่ใช่แค่บทสมทบ คือมีเส้นเรื่องเป็นของตนเลย สะดุดตาพอๆกับ พระเอกและนางเอกเลย น่าเสียดายจริงๆ ไม่น่าตกลงใจเช่นนี้เลย ยังดีที่มีแฟนเซอร์วิสมาให้พอขาดหายเซ็งบ้าง

Jurassic world : Dominion ทวงคืนอาณาจักร

เหมือนภาค 6 ของเฟรนไชส์ตระกูลไดโนเสาร์ ที่เราก็เฝ้ารอ ว่าจะเป็นการปิดตำยาวนานหรือเปล่า?(ไม่กล่าวไปดูเอง) ภาคนี้ทำออกมาได้ดิบได้ดีนะ ไม่ว่าจะเป็น ความน่าสะพรึงของไดโนเสาร์แต่ละฉาก ความแอคชั่นหนีการไล่ล่าของไดโนเสาร์ ที่ยังอาจจะรสชาติความสนุก ได้ลุ้น ชวนติดตามเหมือนอย่างเคย

ด้วยคอนเซ็ปต์ในภาคนี้ที่หนังเกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นเรื่องเลยว่า “การอยู่ด้วยกันของคนเราและไดโนเสาร์” ทำให้มีการคาดหวังไว้ว่าหนังหัวข้อนี้จะได้ปรากฏการอยู่ด้วยกันของทั้งคู่เผ่าพันธุ์แบบจริงๆ จังๆ ซึ่งส่วนตัวผมเองมุ่งหวังไปถึงว่าจะได้แสดงตัวแบบนั้จริงๆ แต่แล้วกลับมีเรื่องราวที่นี่ออกมาแค่ติ่งเนื้องอกเล็กๆ ของภาพรวมหนังทั้งหมดทั้งมวล แต่หนังกลับไปเล่นกับเรื่องราวของการตัดต่อพันธุกรรมในคนแทน ซึ่งสถานะการณ์นี้มันเป็นเรื่องดังที่มันซ้ำกับหนังเรื่องอื่นจนไม่น่าสนใจไปซะแล้ว

ต่อกันที่ด้านงานภาพ งานภาพยังถือได้ว่าทำได้ดิบได้ดี ในที่นี้คือหมายถึงว่ามุมกล้องต่างๆ เทคนิคการถ่ายทำ และการเกลี่ยสีภาพ เหล่านี้ทำได้ดีหมด จะเสียก็แค่เรื่อง CGI ด้วยเหตุว่าตัวไดโนเสาร์ค่อนข้างลอย ลอยแบบเห็นได้ชัดได้ชัดเลย ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรเป็นเช่นนี้ หนังชั้นนี้ น่าจะทำได้เหนือกว่านี้ เหตุเพราะภาคก่อนๆ งาน CG ก็เหนือกว่านี้นะ อาจจะจะด้วยอุปสรรคหลายแบบแหละมั้ง เพราะเหตุว่าหนังเลื่อนฉายมาบ่อยมากเนื่องมาจากโควิด

เลยคงจะเพราะเหตุไร่ทัน ส่วนในทางของการขอความกรุณาปรานีักชั่น ส่วนนี้ยังอาจจัดหนักจดเต็มเหมือนเช่นเคย ดีงามเหมือนทุกภาคก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เสียแค่ CG นั่นแหละ การตัดต่อ เสียงประสมต่างๆ ยังมีความเป็นแฟรนไชส์ จูราสสิคอยู่ มาถึงเรื่องฉากที่ถูกใจกันบ้าง ฉากที่เหมาะสมที่สุดน่าจะเป็นฉากที่ผู้แสดง แคลร์ (ไบรซ์ ดัลลัส)

โดดลงมาจากเครื่องบิน และคลายหนีไดโนเสาร์ลงน้ำ ฉากนั้นดูลุ้นที่สุดแล้ว ส่วนฉากไดโดนเสาร์สู้กันตอนท้ายนี่ ไม่น่าจดจำเอาซะเลย ธรรมดามากๆ สรุปโดยรวมคือ พอดูได้ เบิกบานเพลิดเพลินใจๆ ดูก็ได้แต่ถึงไม่ชมก็ไม่ได้พลาดอะไรไป มีดีที่แฟนเซอร์วิสแบบจัดเต็ม เพราะฉะนั้นผู้ใดที่เป็นแฟนตัวยงของ Jurassic Park ก็ควรไปชมอยู่ ได้เห็นได้ชัดตัวละครเก่าๆที่เรารัก กลับมาโลดแล่นก็ถือว่าคุ้มแล้ว

JURASSIC WORLD: DOMINION เป็นภาพยนตร์ที่จะเล่าถึงเหตุการณ์ 4 ปีที่ผ่านมาจากเหตุการณ์ที่อิสลาร์ นูบลาร์ถูกทำลายลงไป แต่ในปัจจุบันยังคงมีไดโนเสาร์ที่มีชีวิตและยังคงจะออกไล่ล่ามนุษย์ไปทั่วทั้งโลกเหมือนดังเดิม มันกลับกลายเป็นโลกยุคใหม่ที่ผิดแผกแตกต่างออกไปดังที่พวกเราเคยเคยชิน ถึงแม้ว่ามันจะมีสมดุลแต่ก็ช่างเปราะบางและกำลังจะปรับเปลี่ยนอนาคตไปอีกนิรันดร

เรื่องราวเริ่มจากไบโอซินที่ใช้ข้ออ้างในการทำเพื่อจะสังคมสร้างอาณาจักรสัตว์โลกล้านปีขึ้นมาเพื่อการทดลองและทำเงิน หมวดหมู่เขาคิดค้นและสร้างตั๊กแตนยักษ์โบราณที่เป็นต้นเหตุขาดหายนะในภาคนี้ขึ้น ไบโอซินต้องการตัวไมซี ล็อควู๊ด และ ลูกของบลู แร็พเตอร์ตัวนิดหน่อยที่ไมซีตั้งชื่อให้มันว่าเบต้าเพื่อจะมาเป็นตัวทดจำลองภายหลังที่บลูสามารถมีลูกเองได้โดยไม่ควรต้องอาศัยการผสมพันธ์ุและไมซีเป็นเด็กที่เป็นผลมาจากการทดทดลองไม่ไม่เหมือนกับบลู

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น