• จันทร์. ก.ค. 4th, 2022

top gun maverick

By7oYo3pNo

ก.ค. 4, 2022

Top Gun Maverick พาพวกเราไปรับรู้หนัง Blockbuster แบบ Old School ที่ทุ่มทุนสร้าง แสดงตัวถึงความยิ่งใหญ่ ใครก็ชมได้ และชมจบแล้วออกมาอิ่มเอมใจ มันจัดเต็มด้วยฉากเครื่องบินรบที่ถ่ายทำออกมาอย่างสวยงาม และระทึกใจจนขนาดที่จำเป็นที่จะต้องบอกว่า เป็นหนังที่มีฉากเครื่องบินรบที่ดีเยี่ยมที่สุด ก็มิได้โม้เหม็นจนเกินความจำเป็น ผสานไปกับการผลิตเอกลักษณ์ของผู้แสดงที่อาจจะไม่ได้ดีเหมาะสมที่สุด แต่มันก็ใช้ได้ในทางสร้างอารมณ์ร่วมไปกับคนชมและเชียร์ให้หมวดหมู่เขาปลอดภัยไปจนจบเรื่อง คือมันมีผลต่อฉากแอ็คชั่นให้ดีขึ้น ลุ้นมากขึ้น และอินตามไปด้วย

ที่สำคัญหนัง Tribute หลายแบบจากภาคแรกได้อย่างน่าจับใจ ทั้งการสานต่อปมในใจของ Maverick ที่มีผลสรุปอันลงตัว หลายฉากให้ความเคารพต่อภาคแรก (แฟน ๆ ผมมั่นใจว่าน่าจะยิ้มกันตั้งแต่เปิดเรื่องเลยแหละครับผม) แม้กระทั่งฉากที่มีนักแสดงเก่าออกมา มันมีพลังและน่าถูกใจเป็นอย่างมากเพื่อแฟน ๆ ภาคแรก

ซึ่งปมเรื่องการตายของกู๊สที่หนังเอามาสานต่อนี่แหละที่ทำให้ ‘Top Gun : Maverick’ รอดพ้นจากการเป็นหนังโชว์แสนยานุรูปของทัพฟ้าอเมริกา และมีเรื่องราวปมขัดถกเถียงที่พาคนชมไปเข้าไปในชีวิตที่จมปลักของมาเวอร์ริกเหมือนเครื่องบินที่เอาแต่ปักหัวลงเรื่อยๆให้พวกเราได้ลุ้นและรอโมเมนต์สำคัญที่อากาศยานชีวิตของมาเวอร์ริกจะเชิดหัวขึ้นทะยานสู่ฟากฟ้าอย่างสวยงาม

หากจะซักถามว่าหนังมีข้อเสียหรือเปล่า หากในวิชาความรู้สึกของผม ผมมีความคิดว่าด้วยเหตุว่าพอหนังมันเป็นหนังที่มี Tom Cruise ตัวเอก แน่ๆว่าหนังก็ขะเน้นโชว์ความเทพ ความหล่อ ของป๋าแกแบบไม่มีกั๊ก และลดความสำคัญบางสิ่งออกไป ซึ่งสิ่งที่ผมเสียดายคือความเกี่ยวพันในทีมนักบินของภาคนี้

มันยังขาดความน่าเลื่อมใสว่าสามัคคีกันได้เช่นไร หนังมีเพียงฉากเดียวที่กล่าวความผูกพันของกลุ่ม ซึ่งผมมองว่ามันบางส่วนเกินไปหน่อย รวมถึงสายที่เกลียดหนังแนว Propaganda คงจะไม่โอเคเยอะแค่ไหนนัก (ซึ่งจริง ๆ ตัวหนังเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ภาคแรกแล้ว)

นอกจากนั้นเรื่องเครื่องบินรบแล้ว จะเป็นการดำเนินเรื่องและฉากต่างๆ รวมถึงเพลงจากหนังต้นฉบับ ที่ดูแล้วค่อนข้างจะคาอย่างกับะหนังและผู้กำกับภาคแรก “โทนี่ สก็อต” พอเหมาะสม ดูๆ ไปบางครั้งบางคราวก็แอบมีความรู้สึกว่าที่มันภาคต่อ หรือ ภาครีบูท กันแน่ แต่ก็ถือว่าทำเรื่องต่อออกมาได้ดีอยู่

สิ่งที่เกลียดใน Top Gun: Maverick

อย่างที่รู้กันโปรเจ็ครูปยนตร์ท็อปกันภาคต่ออันนี้เป็นเลิศเรื่องที่โทนี่ สก็อตกำลังจะสร้างมันขึ้นมา แต่เหตุเพราะการเสียชีวิตของโทนี่ ภาพยนตร์หัวข้อนี้ก็เลยชะงักไปหลากหลายปีกว่าจะถูกปัดฝุ่นมาทำกันใหม่ กระบวนการทำเรื่องภาคต่อโดยยึดจากเนื้อเรื่องภาคแรกก็ทำออกมาได้ดี ครั้นว่าหลากหลาย ฉากถ้าเกิดไม่เคยชมภาคแรก อาจจะจะไม่รู้เรื่องและงงๆ น้อยก็ได้เช่นกันว่า จะใส่มาเพราะเหตุใดดูเชยและน่าเบื่อชะมัด

หลังจากเรื่อง Top Gun ทอม ครูช ได้กลายเป็นนักบ่งชี้ที่ขึ้นชื่อเรื่องรับบทเสี่ยงตายด้วยการบ่งชี้ฉากสตั้นแอคชั่นด้วยตัวเองในซีรีย์ Mission Impossible นำมาซึ่งการทำให้รับรองความรื้นเริงสำหรับเพื่อการบ่งบอกแอคชั่นของฉากไล่ล่าบนเครื่องบิน ในทางการปรับปรุงตัวละครเราจะได้มีความเห็นว่ามาร์เวอริคเติบโตขึ้นจากภาคแรก

เค้ายังคงบ้าดีเดือดสำหรับเพื่อการเคลื่อนเครื่องบิน รวมถึงยังมีความหลังกับการจากไปของเพื่อที่จะนสนิทอย่างกู๊ซ รวมถึงปมเกี่ยวกับแนวทางการรบในสมัยใหม่ที่โดรนกำลังเข้ามาแทนที่นักบิน นำมาซึ่งการทำให้นักบินรุ่นเก่าอย่างเขาเหลือช่วงอีกไม่มากแล้ว ทางด้านนักบ่งบอกได้ เจนิเฟอร์ คอเนลลี่

หนึ่งในนักบ่งชี้ชื่อเรื่องเช่นเดียวกับยุคเดียวกับครูช มาบ่งชี้เป็นคนรักเก่าของมาเวอรริค ช่วยเสริมเติมความโรแมนติคในหนัง ทีมนักแสดงรุ่นใหม่ที่มาทำภารกิจก็ทำให้ทราบได้ดีมีคาแรกเตอร์ชัดเจน และสร้างสีสันให้กับหนังโดยยิ่งไปกว่านั้นไมลส์ เทลเลอร์ ที่มารับบท รูสเตอร์ ลูกชายของกูซเพื่อที่จะนสนิท มาร์เวอริค และ การพลิกมารับบท ไอซ์แมน ของ วัล คิลเมอร์ ให้แฟนๆ รุ่นเก่าได้หายคำนึงถึง

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ถ้ารอชม Top Gun: Maverick แต่กับจอทีวี จอคอมฯ หรือหน้าจอไอแพด อะไรเหล่านี้ คือบาปมาก! (กล่าวให้แสดงตัวภาพก็คือ ฟีลลิ่งเหมือนพวกเราปรากฏเครื่องบินใหญ่ ๆ ที่สนามบินกับตา กับแสดงตัวเครื่องบินบินเป็นชิ้นเล็ก ๆ ลอยอยู่บนฟ้าอันไกลโพ้น)

อย่างไรก็แล้วแต่ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าสิ่งที่เด่นที่สุดของ Top Gun: Maverick คืองานรูปและเสียงที่ใช้พลังความเป็นภาพยนตร์ได้อย่างสุดขีดคลั่ง จึงจะต้องพูดไว้เลยตรงนี้ว่าหากต้องการชม Top Gun: Maverick อย่างเต็มอารมณ์ก็จำเป็นที่จะต้องในโรงรูปยนตร์เพียงแค่นั้นครับ และถ้างบถึงก็เอาโรงที่จอใหญ่ๆ เสียงดีๆ ไปเลย อันนี้บอกต่อจริงๆ

เนื่องจากลำพังแค่เสียงของเครื่องบินในเรื่องก็ทำเอาสั่นสะท้าทายนแล้ว ยังมีเรื่องของงานรูปที่เด็ดดวงมากๆ สมกับเป็นเลิศในเครื่องไม้เครื่องมือ PR ของกองทัพเรือสหรัฐฯจริงๆ คือถ่ายทั้งนักบินทั้งเครื่องบินออกมาได้เท่ห์และชวนใจเกเรมากๆ จะว่าไงดี มันมิได้ให้สัมผัสว่าจะต้องเทิดทูน หรือต้องการแค่ชื่นชม แต่มันเป็นงานรูปที่นำมาซึ่งการทำให้พวกเรารับรู้หลงไหลกำเนิดความรู้สึกที่อยากได้ที่จะกระโจนเข้าไปลูบๆ คลำ F18 ในเรื่องเคงัดๆ

ในเวลาที่ฉากแอคชั่นก็ระทึกอย่างบ้าคลั่ง แม้เราจะพอคาดเดาฉากจบได้ แต่บรรยากาศมันใบรับเงินต์ให้พวกเรารู้สึกตึงไม่แตกต่างจากนักบินในเรื่อง ลุ้นจิกเบาะจิกข้อเท้ากันตลอดเวลา องค์ 3 ของเรื่องเยี่ยมที่สุดมากๆ ในด้านของการเล่าเรื่องและสร้างบรรยากาศร่วม

สารรูปตามดิ่งว่าระหว่างต้นปีผมนึกไปว่า Top Gun: Maverick น่าจะเป็นเยี่ยมในหนังที่ไม่คิดว่าจะได้เข้าไปชม หรือต่อให้ดูก็คงจะไม่เอนจอยกับมันมากนัก แต่ตัวหนังเรื่องนี้ก็อาจเช่นเดียวกับ “มาเวอร์ริค” พระเอกของเรื่องที่มักจะมีความคาดไม่ถึงมาฝากกันเป็นประจำ ชมจบแล้วอิ่มเอมมากๆ เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในโรงรูปยนตร์ที่ไม่อยากให้พลาดกันจริงๆ ไม่มีความจำเป็นที่ต้องชมภาคแรกมาก่อนก็ดูได้ ต่อติดง่ายดาย เชียร์มากๆ ครับ

รีวิว หนังใหม่ Top Gun Maverick (ฟ้าเหนือฟ้า 2) ข้างหลังเข้าฉายในไทย วันนี้ 27 พฤษภาคม 2565 อีกหนึ่งมหากาพย์ภาพยนตร์เอกสารยักษ์แห่งปี 2022 จัดแจงเผยรายละเอียดเรื่องย่อ พร้อมไขปมการตายของ Goose จาก Top Gun ภาค 1

กระแสดีไม่มีตก คณะทำงาน The Thaiger เลยจะขอ รีวิว หนังใหม่ Top Gun Maverick หลังเข้าฉายครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม 2565 พร้อมรับคะแนนจากเว็บ IMDb ไปมากถึง 8.7 / 10 และคะแนนจากเว็บวิจารณ์หนังชื่อเช่นเดียวกับอย่าง Rotten Tomatoes ไปที่ 97% และคะแนนจากฝั่งคนชม 99% โดยใน Top Gun : Maverick ภาคนี้ เป็นภาคต่อจาก Top Gun 1 เมื่อปี 2529 (1986) ซึ่งห่างจากภาค Maverick สูงถึง 36 ปี

และการให้ความเอาใจใส่ของการคัดคัดสรรค์กลุ่มเล็กน้อยไป เราจะได้แสดงตัวตัวคลุกเคล้ากันที่เป็นนักบินหัวกะทิมาเข้าแผนการบางส่วนมาก ชมแล้วทำให้ไม่อินการเป็นทีม แม้จะเพียรพยายามเดินเรื่องแบบภาคต้นฉบับ แต่นั่นล่ะมันเชยไปแล้ว อินด้วยยากมากสำหรับในการสร้างนักบ่งบอกสมทบ

อีกเส้นเรื่องนึงที่ชมแล้วไม่อินและออกจะน่าเบื่อ คือเรื่องของ Penny Benjamin (บ่งบอกโดย Jennifer Connelly) ครั้นว่าเพนนีจะอยู่ในท็อปกันภาคแรกเป็นลูกสาวผู้การ แต่นักแสดงเพนนีก็แค่ถูกเอ่ยถึงชื่อเรื่อง ไร้ผู้แสดงมาเห็นตัวแต่อย่างใด

เข้าใจว่านักแสดงนี้มาตอบแทนนางเอกภาคแรกและมีมาเพื่อให้พระเอกรู้สึกต้องการกลับตัวกลับใจ แต่ส่วนบุคคลคิดว่าใส่มามากไปและดูแล้วไม่มีความจำเป็นที่ต้องมาอยู่ด้านในเส้นเรื่องหลักก็ยังได้ ทำให้ณ เวลามันยืดเยื้อออกไป แทนที่จะไปลงน้ำหนักของเรื่องไปยังลูกชายของกู๊สให้มากกว่านี้หน่อย

สิ่งสำคัญที่นำมาซึ่งการทำให้ผู้ชมต่างกล่าวว่าหนังภาคนี้ “สนุกมาก มันส์มาก” ก็คงจะเป็นฉากแอคชันที่มีมาให้ชมกันตลอดเรื่อง ตั้งแต่ต้นจนจบ หนังมีแต่ภารกิจสุดเสี่ยงตายบนท้องฟ้า ความบ้าระห่ำของมาเวอริค และภารกิจการสอนแต่ละอย่างเพื่อจะปูเข้าสู่ภารกิจจริงที่ใครก็มองว่ารอดยาก คนดูอย่างเราได้แต่ลุ้นจิก จิตใจเต้นระรัว ทหารเรือที่เป็นนักบินรบอย่างหมวดเขา ชีวิตนั้นพร้อมตายได้ทุกวินาที พวกเราก็เลยไม่คงมั่นใจได้เลยว่า ภารกิจต่อจากนี้ไปจะกำเนิดอะไรขึ้น

สำหรับ Top Gun : Maverick ภาคนี้ ได้ผู้กำกับอย่าง โจเซฟ โคซินสกี้ (Joseph Kosinski) มานั่งแท่น และการเปลี่ยนมาของนักบ่งบอกหน้าที่ของ พีท “มาเวอริค” มิทเชลล์ (Pete Maverick Mitchell) โดยนักทำให้ทราบนำอย่าง ทอม ครูซ (Tom Cruise) ที่จะกลับมาโชว์ฉากต่อสู้กลางขณะสุดอลังการเสนอแฟน ๆ รุ่นเก๋า และรุ่นใหม่ให้ชมเป็นขวัญตา

ความขัดโต้เถียงของตัวเอก และบทหนังที่ชวนอิน

บทหนังมันเล่าถึงความขัดปะทะคารมระหว่างสองผู้แสดง มาเวอริค นักบินผู้เก่งกาจที่เคยบินร่วมกับกูส (Anthony Edwards) และในครั้งนั้น เขาก็สูญเสียเพื่อนรักไปอย่างไม่มีทางกลับ แต่วันนี้ เขาจำเป็นจะต้องมารับภารกิจเป็นผู้ฝึกฝนนักบินเพื่อจะทำภารกิจสุดอันตราย โดยหนึ่งในนั้นเป็น รูสเตอร์ ลูกชายของกูสที่ไม่ชอบชังน้ำหน้าของเขาอย่างมาก ส่งผลให้น่าดึงดูดว่า มาเวอริคจะรับมือกับรูสเตอร์อย่างไร

นี่เป็นหนึ่งเป็นการทำงานที่ผ่านมาการดูหนังที่ควรดู IMAX จริง ๆ เนื่องจากว่านอกเหนือจากนี้กำกับภาพด้วย คลอดิโอ มิแรนดา ผู้กำกับภาพค่าตอบแทนออสการ์จากหนัง Life of Pi แล้ว หนังยังมีสัดส่วนขยายพิเศษเฉพาะเจาะจง IMAX แล้วทางผู้กำกับได้ใช้กล้อง Sony VENICE เพื่อ IMAX ถึง 6 ตัวติดตั้งในห้องนักบินของ F18

นำมาซึ่งการทำให้ได้รูปมุมกว้างใหญ่ของนักบินนำมาซึ่งการทำงานที่ผ่านมาที่เหมือนผู้ชมเข้าไปอยู่บนเครื่องบิน และฉากการต่อสู้ Dogfight ที่เป็นจุดโดดเด่นของหนังเครื่องบินรบเต็มตา เสียงลำโพง IMAX ให้ความหนักแน่นเสียงเบสที่มาจากไอพ่น และ เสียง Sonic boom ของเครื่องบิน F18 รับรองได้นำไปใช้จากระบบเสียงของ IMAX เต็มที่แน่ๆครับผม

ท้ายสุดจำเป็นต้องขอบพระคุณพระเอก “ทอม ครูซ” ที่ดื้อแพ่งไม่ประนีประนอมให้ พาราเมาต์ปลดปล่อยหนังเรื่องนี้ลงเพศหญิงมมิ่ง ในความเป็นจริงแล้ว Top Gun : Maverick จำเป็นจะต้องฉายตั้งครั้งก่อนยุคโควิดด้วยซ้ำ แต่เพราะเหตุว่างาน Post-Production ไม่เรียบร้อย จึงควรต้องดีเลย์ช้านานนับปี พอเลื่อนมารอบแรกก็เหน้าจอโควิดเข้าไป

ส่งผลให้เลื่อนอีกบ่อยมาก รวมจากโปรแกรมแรกที่วางไว้ก็เกือบ 3 ปี จนในที่สุด Top Gun : Maverick ก็ได้เหมือนกันเผชิญกับผู้ชมบนจอรูปยนตร์ ที่ๆยอดเยี่ยมสำหรับในการดูหนังเรื่องนี้ และไม่เพียงแค่มันจะเหมาะกับการชมในโรงแล้ว Top Gun ยังเผยให้แสดงตัวสิ่งที่ดีของระบบพิเศษทั้งหลากหลาย ทั้ง IMAX

หน้าจอยักษ์ที่เพิ่มเติมอีกเกรดความตื่นตา, ระบบ 4DX ที่น่าจะมีผลให้ผู้ดูเหมือนอยู่บนเครื่องบินจริงๆ และล่าสุดกับ Screen X ที่ว่ากันว่าเหมือนเราได้นั่งอยู่ด้านในห้องนักบินกับผู้แสดงอย่างยิ่งจริงๆ ! คนไหนสะดวกสบายระบบไหนก็ลองพิสูจน์กันดู และไม่ต้องกลัวว่า ไม่เคยชมภาคแรกจะชมไม่รู้เรื่อง เพราะว่ามันถูกออกแบบมาให้ดูแยกได้..และจะก่อให้คุณอยากกลับไปหยิบ Top Gun ในปี 1986 กลับมาดูอย่างแน่นอน

กล่าวโดยย่อ Top Gun Maverick เอ่ยถึงการพลิกมาของหนังแอคชั่นคลาสิคสมัย 80 ที่นำเทคนิคการถ่ายทำสมัยใหม่ด้วยรูปและเสียงที่จัดเต็มโดยเฉพาะการดูในโรงรูปยนตร์ IMAX และรวมตัวกันเวอร์ชั่นแอคชั่นภารกิจเสี่ยงตายมายั่วยวนใจแฟนหนังรุ่นใหม่ได้

รวมทั้งมีฉากที่ย้อนระลึกถึงหนังภาคแรกเพื่อที่จะเอาใจแฟนรุ่นเก่าได้อย่างลงตัว ถึงหนังคงจะจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้างที่การเล่าเรื่องเป็นไปตามสูตรหนังแอคชั่นและคาดการณ์ไม่ยากไปหน่อย และ มีข้อโต้วาทีถึงความสมจริงในด้านภารกิจทางการทหารอยู่บ้าง แต่ในแง่ความสนุกสนานก็จับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ชมรูปยนตร์ในระบบ IMAX ที่ไม่ควรพลาดครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น